สุขภาพช่องปาก สำคัญไฉน

            เมื่อพูดถึงการดูแลสุขาพร่างกายก็คงจะนึกถึงการออกกำลังกาย การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อสัดส่วนเป๊ะปัง ผิวพรรณสุขภาพดี แต่เราลืมอะไรไปรึเปล่า!? “การดูแลสุขภาพช่องปาก”ยังไงละ ทุกคนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแต่ลืมหันมาสนใจดูแลช่องปากที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน ซึ่งรู้หรือไม่ว่าการละเลยดูแลช่องปากนั้น อาจเป็นสาเหตุการเกิดโรคได้ด้วยนะ

            ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปาก เกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ และต่อมน้ำลาย การลดลงของน้ำลาย จากสาเหตุโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือการรับประทานยาบางชนิด ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุนำการเกิดโรคในช่องปากที่ควรระมัดระวัง คือ

  • โรครำมะนาด คือ การอักเสบของเหงือกอย่างรุนแรงและมีเลือดออกมา มีอาการเจ็บหรือเสียวบริเวณคอฟัน มีตุ่มหนองที่เหงือก ทำให้ฟันโยกหรือแยกออกจากกัน
  • ร้อนใน คือ เยื่อบุผิวภายในช่องปากเป็นแผล เกิดจากภูมิคุ้มกันภายในร่างกายต่ำ ร่วมกับความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารไม่ย่อย และท้องผูก
  • มะเร็งในช่องปาก คือ การอักเสบร่วมกับการระคายเคืองเป็นเวลานาน ทำให้เกิดแผลภายในช่องปาก รักษาไม่หายขาดเป็นระยะเวลามากกว่า 3 week ไม่มีอาการเจ็บปวด แต่มีฝ้าขาว ตุ่มนูนบริเวณเยื่อบุผิวและลิ้น ตุ่มนูนจะโตขึ้นเรื่อยๆจนแตกออกและกลายเป็นแผล

โรคที่เกิดภายในช่องปากสร้างความรำคาญให้แก่ผู้เป็น การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรใส่ใจ โดยเริ่มจาก

  1. การแปรงฟันอย่างถูกวิธี : วางแปรงทำมุม 45 องศากับแนวเหงือก จากนั้นปัดออกจากแนวเหงือกเบาๆ ทั้งด้านใน ด้านนอก และอย่าลืมแปรงลิ้นกันด้วยนะ แปรงวันละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละ 3 – 5 นาที พร้อมบ้วนปากด้วยน้ำยาที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์
  2. รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เลี่ยงของหวานและแป้ง อาจเป็นสาเหตุฟันผุได้
  3. ควรใช้ฟันทุกซี่เคี้ยวอาหาร เพื่อความแข็งแรงของเหงือกและฟัน
  4. งดสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในช่องปาก โรคเหงือกได้
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับผู้ที่มีปัญหาร้อนใน แต่ในกรณีที่เป็นแผลร้อนในเกิน 3 week ให้พบทันตแพทย์ทันที
  6. ตรวจเช็คสุขภาพช่องปาก ทุกๆ 6 เดือน

            การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี คือ ฟันสะอาด ไม่มีเศษอาหารติด เหงือกสีชมพู ไม่มีเลือดออกตามไรฟัน ไม่เจ็บ หมดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก แต่ถ้าหากยังมีปัญหาเหล่านี้อยู่แสดงว่าคุณกำลังมีปัญหา ควรรีบดูแลรักษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารและการแปรงฟัน หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบทันตแพทย์ทันที เพื่อความปลอดภัยแก่อวัยวะภายในช่องปากนะคะ